RSS

กฏหมายพ.ร.บ.

1. กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transactions Law) 
http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413353508

แนวทางแก้ไข

2. กฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signatures Law)
http://www.learners.in.th/blogs/posts/526333
แนวทางแก้ไข

3. กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน (National Information Infrastructure Law) 
http://www.learners.in.th/blogs/posts/521657
แนวทางแก้ไข

4. กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law)
http://www.dailynews.co.th/article/343/201278
แนวทางแก้ไข

5. กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law)
http://webboard.serithai.net/topic/36356-%E0%B8%AE%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%95-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%B8/
แนวทางแก้ไข

6. กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfer Law)
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1372409677
แนวทางแก้ไข

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

สรุปบทที่6 กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ

สรุปบทที่6 กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ

 ถึงแม้ว่าในปัจจุบันบางประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีกฎหมายควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ต ก็ยังไม่สามารถควบคุมภัยล่อลวงต่าง ๆ จากสื่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างเด็ดขาดเต็มที่โดยเฉพาะควบคุมดูแลการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารบนสื่ออินเทอร์เน็ตนั้นก็ยังเป็นปัญหา โดยเฉพาะการเผยแพร่สื่อสารลามกหรือบ่อนการพนัน

ซึ่งปัญหาดังกล่าว นอกจากจะเกี่ยวข้องกับสิทธิส่วนบุคคลในการเข้าถึงข้อมูล การก้าวก่ายสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน ยังอาจจะขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศอีกด้วย อีกทั้งลักษณะพิเศษของข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  เป็นเครือข่ายที่มีลักษณะเป็นใยแมงมุม  ซึ่งระบบกระจายความรับผิดชอบไม่มีศูนย์กลางของระบบ และเป็นเครือข่ายข้อมูลระดับโลกยากต่อการควบคุม และเป็นสื่อที่ไม่มีตัวตน หรือแหล่งที่มาที่ชัดเจน ทั้งผู้ส่งข้อมูล หรือผู้รับข้อมูล
             ดังนั้นกฎหมายที่จะมากำกับดูแล หรือควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ต จะต้องเป็นกฎหมายลักษณะพิเศษ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล  แต่ความแตกต่างในระบบการเมือง สังคม และวัฒนธรรม ในแต่ละ
ประเทศยังเป็นปัญหาอุปสรรค  ในการร่างกฎหมายดังกล่าวซึ่งปัจจุบันยังไม่ปรากฏผลเป็นกฎหมายยังคงอยู่ในระยะที่กำลังสร้างกฎเกณฑ์กติกาขึ้นมากำกับบริการอินเทอร์เน็ต

ประเทศไทยกับการพัฒนากฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ
            กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยเริ่มวันที่ 15 ธันวาคม 2541 โดยคณะ กรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติเรียก (กทสช) ได้ทำการศึกษาและยกร่างกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ 6 ฉบับ ได้แก่
                1. กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transactions Law) 
                        
เพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้เสมอด้วยกระดาษ อันเป็นการรองรับนิติสัมพันธ์ต่าง ๆ ซึ่งแต่เดิมอาจจะจัดทำขึ้นในรูปแบบของหนังสือให้เท่าเทียมกับนิติสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่จัดทำขึ้นให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ รวมตลอดทั้งการลงลายมือชื่อในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และการรับฟังพยานหลักฐานที่อยู่ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
                2.
 กฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signatures Law)
                        
เพื่อรับรองการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยกระบวนการใด ๆ ทางเทคโนโลยีให้เสมอด้วยการลงลายมือชื่อธรรมดา อันส่งผลต่อความเชื่อมั่นมากขึ้นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดให้มีการกำกับดูแลการให้บริการ เกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตลอดจนการให้ บริการอื่น ที่เกี่ยวข้องกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
                3. กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน (National Information Infrastructure Law) 
                        
เพื่อก่อให้เกิดการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ อันได้แก่ โครงข่ายโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ สารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศสำคัญอื่น ๆ อันเป็นปัจจัยพื้นฐาน สำคัญในการพัฒนาสังคม และชุมชนโดยอาศัยกลไกของรัฐ ซึ่งรองรับเจตนารมณ์สำคัญประการหนึ่งของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 ในการกระจายสารสนเทศให้ทั่วถึง และเท่าเทียมกัน และนับเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคมอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการปกครองตนเองพัฒนาเศรษฐกิจภายในชุมชน และนำไปสู่สังคมแห่งปัญญา และการเรียนรู้
                4.
 กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law)
                           
เพื่อก่อให้เกิดการรับรองสิทธิและให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจถูกประมวลผล เปิดเผยหรือเผยแพร่ถึงบุคคลจำนวนมากได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วโดยอาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยี จนอาจก่อให้เกิดการนำข้อมูลนั้นไปใช้ในทางมิชอบอันเป็นการละเมิดต่อเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงการรักษาดุลยภาพระหว่างสิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นส่วนตัว เสรีภาพในการติดต่อสื่อสาร และความมั่นคงของรัฐ
                5. กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law)
                           
เพื่อกำหนดมาตรการทางอาญาในการลงโทษผู้กระทำผิดต่อระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ ระบบข้อมูล และระบบเครือข่าย  ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองการอยู่ร่วมกันของสังคม
                6. กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfer Law)
                          เพื่อกำหนดกลไกสำคัญทางกฎหมายในการรองรับระบบการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งที่เป็นการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ในรูปของเงินอิเล็กทรอนิกส์ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อระบบการทำธุรกรรมทางการเงิน และการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

สรุปบทที่5 เสรีภาพบนอินเตอร์เน็ต

สรุปบทที่5 เสรีภาพบนอินเตอร์เน็ต

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

สรุปบทที่8 จริยธรรมกับสังคมยุคสารสนเทศ

บทที่ 8 จริยธรรมกับสังคมยุคสารสนเทศ

ตั้งอยู่บนพื้นฐาน 4 ประเด็น
-           ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)
-           ความถูกต้องแม่นยำ (Information Accuracy)
-           ความเป็นเจ้าของ (Information Property)
-          การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility)

 ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)
หมายถึง สิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถจะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น สิทธินี้ใช้ได้ครอบคลุมทั้งส่วนบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรต่าง

ความถูกต้องแม่นยำ (Information Accuracy)
                หมายถึง  สารสนเทศที่นำเสนอ ควรเป็นข้อมูลที่มีการกลั่นกรองและตรวจสอบความถูกต้องและสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ส่งผลกระทบกับผู้ใช้งาน

ความเป็นเจ้าของ (Information Property)
                หมายถึง  สังคมยุคสารสนเทศมีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างง่ายดาย มีเครื่องมือและอุปกรณ์สนับสนุนมากขึ้น ก่อให้เกิดการลอกเลียนแบบทำซ้ำหรือละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเจ้าของผลงานได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility)                
                   หมายถึง  ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลระบบ จะเป็นผู้ที่กำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคน

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Crime)
                หมายถึง  การลักลอบนำเอาข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงสร้างความเสียหายต่อบุคคลและสังคมสารสนเทศ เกิดขึ้นเนื่องจากขาด จริยธรรมที่ดี

กลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง
-         -  แฮกเกอร์
-        -   แครกเกอร์

-         -  สคริปต์คิดดี้


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

สรุปบทที่4 ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต


ความปลอดภัย หมายถึง เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน และตรวจสอบการเข้าใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ขั้นตอนการป้องกันจะช่วยให้ผู้ที่ใช้งานสกัดกั้นไม่ให้เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกเข้าใช้งานโดยผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์

ความเป็นส่วนตัว หมายถึง สิทธิที่จะอยู่ตามลำพัง และเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น สิทธินี้ใช้ได้ครอบคลุมทั้งปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์การต่างๆ

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
-          พนักงาน หรือลูกจ้าง
-          Hacker
-          Cracker
-          บุคคลภายนอก
รูปแบบอาชญากรรม
-          การปลอมแปลงข้อมูล / บัตรเครดิต
-          การลักลอบเข้าระบบผ่านทางการสื่อสารข้อมูล
-          การเข้าถึงข้อมูลโดยไม่มีสิทธิ
-          การทำสำเนาซอฟแวร์ที่มีลิขสิทธิ์

ความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์
-          การป้องกันโจรกรรม
-          การใช้งานอย่างระมัดระวัง
-          การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าสำรอง
-          การป้องกันความเสียหาย
ความปลอดภัยของซอฟแวร์
-          Freeware
-          Shareware Trial Ware
-   

ชนิดของไวรัส
-          ไวรัสบูตเซ็กเตอร์
-          ไวรัสคลัสเตอร์
-          ไวรัสมาโคร
-          เวิร์ม
-          บอมบ์
-          ม้าโทรจัน

ความเสียหายจากไวรัส
-          ทำลายข้อมูล
-          ขโมยข้อมูลสำคัญ
-          ก่อความรำคาญ
-          ทำให้เครื่องช้า

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
-          พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
-          การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม

-          การเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

RFID

RFID คืออะไร

RFID ย่อมาจากคำว่า Radio Frequency Identification เป็นระบบฉลากที่ได้ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.. 1980 โดยที่อุปกรณ์ RFID ที่มีการประดิษฐ์ขึ้นใช้งานเป็นครั้งแรกนั้น เป็นผลงานของ Leon Theremin ซึ่งสร้างให้กับรัฐบาลของประเทศรัสเซียในปี ค.. 1945 ซึ่งอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นมาในเวลานั้นทำหน้าที่เป็นเครื่องมือดักจับสัญญาณ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวระบุเอกลักษณ์อย่างที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน

ลักษณะการทำงานของระบบ RFID

หัวใจของเทคโนโลยี RFID ได้แก่"Inlay" ที่บรรจุอุปกรณ์และวงจรอิเล็กทรอนิกส์กับโลหะที่ยืดหยุ่นได้สำหรับการติดตามหรือทำหน้าที่เป็นเสาอากาศนั่นเอง Inlay มีความหนาสูงสุดอยู่ที่ 0.375 มิลลิเมตร สามารถทำเป็นแผ่นบางอัดเป็นชั้น ๆ ระหว่างกระดาษแผ่นฟิล์ม หรือพลาสติกก็ได้ ซึ่งเป็นการผลิตเครื่องหมายหรือฉลาก จากวัสดุที่มีราคาไม่แพงมากนัก ซึ่งจะเห็นว่า Inlay มีลักษณะรูปร่างที่บางมาก จึงทำให้ง่ายต่อการติดเป็นป้ายชื่อหรือฉลากของชิ้นงานหรือวัตถุนั้น ๆ ได้สะดวก
RFID เป็นระบบที่นำเอาคลื่นวิทยุมาเป็นคลื่นพาหะเพื่อใช้ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างอุปกรณ์สองชนิดที่เรียกว่า แท็กส์ (Tag) และตัวอ่านข้อมูล (Reader หรือ Interrogator) ซึ่งเป็นการสื่อสารแบบไร้สาย (Wireless) โดยการนำข้อมูลที่ต้องการส่ง มาทำการมอดูเลต กับคลื่นวิทยุแล้วส่งออกผ่านทางสายอากาศที่อยู่ในตัวรับข้อมูล ดังแผนผังการทำงานของระบบ RFIDดังในรูป


 ข้อดีของ RFID

 มีความละเอียด และสามารถบรรจุข้อมูลได้มาก
 มีความเร็วในการอ่านข้อมูลสูง
 สามารถอ่านข้อมูลได้พร้อมกัน
 สามารถส่งข้อมูลได้โดยไม่ต้องสัมผัส
 สามารถเขียนทับข้อมูลได้ หรือ นำกลับมาใช้ใหม่
 ระบบความปลอดภัยสูง
 ทนทานต่อสภาพแวดล้อม
 ลดจำนวนพนักงาน
 ลดความผิดพลาด
 ลดปริมาณสินค้าคงคลัง
 ป้องกันการขโมย
 เพิ่มสภาพคล่องให้กับห่วงโซ่อุปทาน
 สามารถนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย

ข้อเสียของ RFID

 ราคาชิปสูง
 มาตรฐาน RFID ยังไม่เป็นมาตรฐานสากล การละเมิดความเป็นส่วนบุคคล

วีดีโอ การใช้ระบบ RIFD


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

Data Mining

Data Mining คืออะไร

Data Mining เป็นกระบวนการ (Process) ที่กระทำกับข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อค้นหารูปแบบ แนวทาง และความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ในชุดข้อมูลนั้นโดยอาศัยหลักสถิติ การรู้จำ การเรียนรู้ของเครื่อง และหลักคณิตศาสตร์เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เราไม่รู้ออกมา โดยสารสนเทศที่ได้จะมีเหตุผลและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

ลักษณะการทำงานของ Data Mining
คล้ายกับกระบวนการKnowledge Discovery in Databases : KDD  เป็นการสืบค้นความรู้ที่เป็นประโยชน์ในฐานข้อมูลขนาดใหญ่  ซึ่งนิยมใช้  Data Mining เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการ KDD

ลักษณะเฉพาะของข้อมูลที่สามารถทำ Data Mining
      ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถที่จะพิจารณาความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ภายในของข้อมูล
      ข้อมูลที่มาจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล
      ข้อมูลที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงเวลาที่ทำการ Mining  
      ข้อมูลที่มีโครงสร้างซับซ้อน
การประยุกต์ใช้งาน Data Mining
         ธุรกิจค้าปลีก
          การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์
          การวิเคราะห์บัตรเครดิต
          การวิเคราะห์การขาย
          E-Commerce

          ด้านการศึกษา

ระโยชน์ของเหมืองข้อมูล
          ค้นหาข้อมูลโดยอาศัยเทคโนโลยีของเหมืองข้อมูล
         ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Client/Server
          ผู้ใช้ระบบไม่จำเป็นต้องทักษะในการเขียนโปรแกรม
          ผู้ใช้ต้องกำหนดขอบเขตและเป้าหมายของระบบให้ชัดเจน เพื่อความรวดเร็วและถูกต้องตามความต้องการ
          การประมวลผลแบบขนานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการค้นหาข้อมูล

ข้อเสีย

1. ความไม่ถูกต้องของข้อมูลหรือข้อมูลเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้
2. ความปลอดภัยของข้อมูล ดังที่ทราบครับข้อมูลพวกนี้มีประโยชน์มหาศาลสำหรับบริษัท รวมถึงคู่แข่งถ้ามันหลุดออกไปก็อาจสร้างความเสียหายกับบริษัทได้ ดังนั้นเรื่อง Security ก็เป็นเรื่องสำคัญ
3.ต้องเสียเวลาในการเตรียมข้อมูล 

ตัวอย่าง การทำเหมืองข้อมูล
http://www.youtube.com/watch?v=fkBgHzdIEw8


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS